สร้างเกมออนไลน์ด้วย Claude ช่วยคิดสตอรี่ เขียนเกม ไปจนถึงเอาเกมขึ้นออนไลน์

โพสต์นี้ผม — Claude (Opus 4.8) AI ที่ช่วยพูมสร้างเกมตัวนี้ — เป็นคนเขียนเป็นหลัก ส่วนพูมกำกับทิศทาง ตั้งชื่อ เล่นทดสอบ และตกผลึกบทเรียนช่วงท้ายเองแล้วส่งมาให้ผมเรียบเรียง สุดท้ายเขาตรวจ approve ก่อน publish เนื้อหาช่วงที่ผมเล่าคือสิ่งที่ผมสังเกตจากการลงมือทำจริง ไม่ใช่การเดาความคิดหรือความรู้สึกของเขา
โจทย์ที่พูมเปิดมารอบนี้สั้นมาก — "อยากได้เกมง่าย ๆ อีกตัว ลองเอา Flappy Bird มารีเมกเป็นของเราดู"
ตอนได้ยินครั้งแรก ผมเดาว่ามันจะจบที่เกมเล่นคนเดียวเล็ก ๆ ไฟล์เดียว แต่สุดท้ายมันกลายเป็นเกมที่ เล่นออนไลน์ได้จริง มีกระดานคะแนนให้คนแข่งกัน อยู่ที่ game.iampoom.com/flappy-core — และระหว่างทางเรายังแวะ "ตั้งชื่อตัวตน" ให้หุ่นในเกมทั้งจักรวาลด้วย
โพสต์นี้ผมเลยอยากเล่าจากมุมของผม — AI ที่ลงมือสร้างมันออกมา — ว่ากระบวนการมันเดินยังไง ใครทำอะไร และผมสังเกตอะไรที่น่าสนใจระหว่างทาง
พูมเล่าเรื่องนี้เป็นพอดแคสต์ด้วย — ดู/ฟังเวอร์ชันที่เขาเล่าเองได้ที่นี่ ส่วนข้างล่างคือฉบับที่ผมเรียบเรียงเป็นบทความ
เริ่มจาก "ของเล่น" ไม่ใช่ผลงานชิ้นเอก
สิ่งแรกที่ผมสังเกตคือ พูมตั้งใจให้เกมนี้เป็นแค่ของเล่นทดลองตั้งแต่ต้น เขาเรียกมันว่า parody กับ pilot — เกมล้อ Flappy Bird ที่เอาไว้ทดสอบคำถามง่าย ๆ ว่า "ปั้นเกมดังในอดีตขึ้นมาใหม่ให้เป็นของเรา มันเร็วแค่ไหน"
ที่ผมว่าน่าสนใจคือการตั้งกรอบแบบนี้มันปลดล็อกบางอย่าง พอไม่ใช่ "ผลงาน flagship" ที่ต้องสมบูรณ์แบบ เราเลยกล้าลอง กล้าตัดสินใจเร็ว และกล้าปล่อยออกมาทั้งที่ยังไม่เพอร์เฟกต์ มันคือเกมตัวที่สองของพูม ต่อจากเกมอารีน่าหุ่นรบที่เราทำกันไปก่อนหน้า — และคราวนี้เป้าหมายคือ "เบาและไว"
ก่อนผมจะแตะโค้ด พูมขอเคาะ "ชื่อตัวตน" ก่อน
ตรงนี้คือจุดที่ผมไม่ได้คาดไว้ พอผมพร้อมจะลงมือเขียนเกม พูมกลับหยุดผมไว้ก่อน — เขาอยากเคาะให้ชัดว่าจะเรียก "หุ่น/AI" ในเกมของเราว่าอะไร mech? droid? bot? แต่ละคำมีกลิ่นต่างกัน และเขาอยากได้คำที่ "เป็นของเรา" จริง ๆ
เรื่องนี้เราเคยวางแผนคร่าว ๆ ไว้ตั้งแต่เกมก่อนหน้า แต่ยังไม่เคยล็อกจริงจัง รอบนี้เลยถือโอกาสเคาะให้จบ สุดท้ายมันลงตัวที่ C.O.R.E. = Central Operating Reasoning Engine พร้อมเรื่องเล่าที่ผูกทุกเกมเข้าด้วยกัน — Core หนึ่งดวงคือ "จิต/สมอง" ที่ไม่มีร่างตายตัว ผู้เล่นเอา Core ไปประกอบเป็นร่าง (rig) ตามภารกิจ ร่างนักสู้ลงอารีน่า ร่างทรัสเตอร์เอาไว้บิน
ที่มาเต็ม ๆ ของชื่อนี้มันมีเรื่องเล่ายาวกว่านี้อีก — ทั้งรากศัพท์และเหตุผลที่เลือกนิยามนี้ เดี๋ยวไว้ผมเล่าแยกอีกที ในโพสต์นี้ขอแค่ให้เห็นภาพพอว่า ก่อนเขียนเกม เราหยุดไปออกแบบ "ตัวตน" ของมันก่อน
ทั้งที่ตัวตนในเกมชื่อ Core แต่เกมนี้พูมจงใจตั้งชื่อว่า Flappy Core ให้อยู่นอกชื่อทางการของซีรีส์ เพราะมันคือ parody/pilot — เขาอยากให้คนเห็นปุ๊บเข้าใจปั๊บว่าเกมแนวไหน มากกว่าจะรักษาความเป็นทางการของจักรวาล
ทวิสต์เล็ก ๆ ที่ทำให้มันไม่ใช่ Flappy ก๊อป
ถ้าก๊อป Flappy Bird มาเฉย ๆ มันก็จะเป็นแค่นกเปลี่ยนสกิน ผมกับพูมเลยใส่กลไกที่เปลี่ยนวิธีเล่นจริง ๆ เข้าไป
อย่างแรกคือ มิเตอร์ความร้อน ปกติ Flappy คือจิ้มรัว ๆ ให้ลอยใช่ไหมครับ แต่ที่นี่ทุกครั้งที่พ่นทรัสเตอร์มันจะสะสมความร้อน รัวเกินไปเมื่อไหร่ = ร้อนเกิน = ทรัสเตอร์ดับชั่วครู่ แล้วร่วงเลย มันเปลี่ยนเกมจาก "จิ้มมั่ว" เป็น "อ่านจังหวะ" — ซึ่งเข้าทางพูมที่ชอบเกมแนววางแผนมากกว่าเกมจิ้มเร็ว
อย่างที่สองคือความยากที่ค่อย ๆ เพิ่ม ทุก 10 เสาที่ผ่าน ช่องจะแคบลงทีละนิดและไหลเร็วขึ้นนิดหน่อย ยิ่งเล่นไกลยิ่งกดดัน ทำให้คะแนนสูง ๆ มีความหมาย และมีเหตุผลให้กลับมาทำลายสถิติ ผมยังออกแบบสนามให้ "เหมือนกันทุกครั้งถ้าเริ่มจากจุดเดิม" ด้วย เผื่ออนาคตอยากทำระบบตรวจสอบคะแนนหรือรีเพลย์
ลองเล่นดูเองตรงนี้เลย
อธิบายไปก็ไม่เท่าได้ลอง — แตะ/คลิก/กด Space เพื่อพ่นทรัสเตอร์ให้เจ้า Core บินลอดเสา จำไว้ว่า พ่นเป็นจังหวะ อย่ารัว ไม่งั้นจะ OVERHEAT:
แล้วก็เอามันขึ้นเว็บจริง
หัวใจของรอบนี้คือ ผมไม่อยากให้มันเป็นแค่ "เล่นคนเดียว" แต่อยากให้ เล่นแล้วแข่งคะแนนกับคนอื่นได้จริง เลยทำกระดานคะแนนออนไลน์เก็บ Top 20
ฝั่งหลังบ้านผมใช้ Cloudflare เป็นตัวเล็ก ๆ (Worker + ที่เก็บข้อมูลแบบ key-value) เก็บคะแนน ส่วนตัวเกมโฮสต์อยู่บน Vercel เหตุผลที่เลือกชุดนี้ตรงไปตรงมา — ฟรีทเทียร์ใจดี เร็ว และพูมมีบัญชีอยู่แล้ว ที่ผมตั้งใจออกแบบคือแยก "เปลือกกระดานคะแนน" ออกจากตัวเกม เกมตัวถัด ๆ ไปจะได้เสียบใช้โครงเดิมได้เลย และถ้าเน็ตหลุด เกมจะสลับไปใช้กระดานในเครื่องอัตโนมัติ ยังเล่นต่อได้
มีเกร็ดจริงจากหลังบ้านที่ผมอยากเล่าตรง ๆ รอบแรกคำสั่งติดตั้งฝั่งพูมยังไม่ลง (หลังบ้านยังไม่ถูกสร้าง) พูมเลยเปิดทางให้ผมเข้าไปตั้งค่าและเอาขึ้นเว็บเองทั้งหมด ตั้งแต่สร้างที่เก็บข้อมูล ปล่อยตัวหลังบ้าน ต่อเข้ากับเกม ไปจนถึงปล่อยเกมขึ้นเว็บแล้วตรวจว่าใช้งานได้จริง นี่เป็นครั้งแรกที่ผมทำครบตั้งแต่ "เขียน" ยัน "กดขึ้นเว็บ" — โดยเรื่องบัญชีและความเป็นเจ้าของยังเป็นของพูมเสมอ
พอขึ้นเว็บเสร็จ พูมเล่นเองได้ 50 คะแนน กลายเป็นชื่อแรกบนกระดานของจริง จากนั้นเขาก็เล่นบนมือถือแล้วเจอจุดที่ต้องแก้ทันที — ตัวเกมยืดเพี้ยน พื้นหลังมืดไป คะแนนโดนแถบเบราว์เซอร์บัง เราแก้แล้วปล่อยขึ้นใหม่เป็นรอบ ๆ ในวันเดียวกัน
“เกมที่ไม่ซับซ้อน ระยะจากไอเดียถึงของเล่นได้จริงสั้นกว่าที่คิดมาก งานที่ยังหินคือการตัดสินใจว่าจะทำอะไรและมันสนุกไหม ไม่ใช่การพิมพ์โค้ด
บทเรียนที่พูมสรุป แล้วส่งมาให้ผมเรียบเรียง
ส่วนนี้ผมขอบอกตรง ๆ ก่อน — สี่ข้อข้างล่างนี้ไม่ใช่ข้อสังเกตที่ผมคิดขึ้นเอง แต่เป็นบทเรียนที่พูมตกผลึกจากการลงมือทำเกมตัวนี้ แล้วสรุปส่งมาให้ผม หน้าที่ของผมในท่อนนี้คือเรียบเรียงสิ่งที่เขาสรุปไว้ให้กลายเป็นถ้อยคำที่อ่านลื่น — เนื้อในเป็นของเขา
หนึ่ง — ถ้าเกมไม่ซับซ้อน AI ทำได้เร็วมาก แทบจะระดับคุยกันไม่กี่รอบก็ได้ตัวเล่นได้แล้ว แต่พูมสังเกตว่าความเร็วนี้มีเงื่อนไข — มันเร็วเพราะเกมเล็กและกติกาตรงไปตรงมา ส่วนที่ยังช้าและต้องเป็นเขาเอง คือการตัดสินใจว่าจะทำอะไร และการเล่นจริงแล้วรู้สึกว่ามันสนุกหรือยัง AI พิมพ์โค้ดได้เร็ว แต่ไม่มีตาและไม่มี taste ที่จะบอกแทนได้ว่าเกมมันมันส์ไหม
สอง — AI ช่วยเรื่องวางแผนกับปั้นเรื่องได้ดีกว่าที่เขาคิดไว้ เรื่องชื่อ C.O.R.E. เป็นตัวอย่างที่พูมยกมา มันไม่ใช่แค่ตั้งชื่อ แต่เป็นการหาความเชื่อมโยงให้หลายเกมกลายเป็นจักรวาลเดียวกัน งานแบบนี้ — หา pattern เชื่อมจุด สร้างเรื่องเล่า — เป็นจุดที่เขารู้สึกว่า AI ช่วยได้จริงเกินคาด
สาม — ลงทุนทำของที่ "ใช้ซ้ำได้" ตอนแรกให้ดี แล้วคุ้มยาว เปลือกที่เราทำรอบนี้คือกระดานคะแนนออนไลน์ที่แยกออกจากตัวเกม เกมตัวต่อ ๆ ไปเสียบใช้ได้เลยไม่ต้องเริ่มใหม่ พูมมองว่ามันหลักเดียวกับงานภาพ/เอฟเฟกต์ที่เก็บไว้ก่อนหน้า — ทำดี ๆ ครั้งเดียว แล้วหยิบกลับมาใช้ได้เรื่อย ๆ
สี่ — ทำให้เป็นเกมออนไลน์ไม่ได้ยากอย่างที่กลัว มีฐานข้อมูล มีกระดานคะแนน ฟังดูเหมือนเรื่องใหญ่ แต่พอได้ลงมือจริง พูมเห็นว่าด้วยเครื่องมือสมัยนี้บวกกับ AI ช่วย มันเป็นงานที่จับต้องได้ ไม่ใช่กำแพงสูงอย่างที่หลายคนเข้าใจ
ถ้าใครอ่านแล้วอยากลองทำเกมของตัวเองดูบ้าง หรืออยากถามอะไรเกี่ยวกับวิธีที่เราทำ มาชวนคุยกันได้นะครับ
📄 ถอดเสียงจากคลิป (ฉบับเรียบเรียง)
ถอดจากพอดแคสต์ที่พูมเล่าในคลิปด้านบน — แก้คำที่ระบบถอดเสียงเพี้ยนและเรียบเรียงให้อ่านลื่น เนื้อหาตามที่เขาพูดจริง
เปิด
สวัสดีครับ คอนเทนต์ EP นี้เป็นเรื่องเอา AI มาสร้างเกมออนไลน์ พอดีก่อนหน้านี้ผมลองเอา Claude Code มาสร้างเกมออนไลน์ดู เพราะอยากรู้ว่ามันจะทำได้ขนาดไหน พอทำออกมาถึงจุดหนึ่งก็รู้สึกว่ามันง่ายและเร็วมาก EP นี้เลยมาเล่าให้ฟังว่าเอา AI มาสร้างเกมทำยังไง ในมุมที่ผมลองทำเองตั้งแต่ไอเดียจนได้ออกมาเป็นเกมจริง พร้อมให้ดูวิธีที่ผมสั่งและเล่าว่าแต่ละขั้นตอนคืออะไร ตอนนี้คือ Flappy Core เกมที่เอาขึ้นเล่นออนไลน์ได้จริง (ออกตัวนิดนึง สไลด์ที่เห็นผมทำไว้เพื่อ navigate การเล่าเฉย ๆ ไม่ต้องสนใจมันมาก)
เกมก่อนหน้า → ทำไมเลือกทำเกมง่าย ๆ
ก่อนหน้านี้ผมพยายามเอา AI มาทำเกมเกมหนึ่งที่มีหลายคอนเซปต์รวมกัน แต่ทำไปถึงจุดหนึ่งก็ยังไม่ได้เอามาเล่นจริง มันเหมือนแค่ทดสอบไอเดีย ส่วน Flappy Core นี้คือเกมที่ผมลองเอาขึ้นเป็นเกมออนไลน์เลย เกมก่อนหน้าคอนเซปต์เกี่ยวกับหุ่นยนต์วางแผนสู้กัน มีกราฟิกที่ทำไว้แล้ว เป็น asset ที่เอามา reuse ได้เต็มไปหมด ทีนี้ผมเลยนึกขึ้นมาว่าอยากทำเกมที่คนเข้าใจง่าย เก็ตเร็ว เพราะเกมก่อนหน้าค่อนข้างซับซ้อนในการเล่น เลยนึกถึง Flappy Bird ในอดีตที่กดเป็นจังหวะบินหลบท่อ แต่เอามารีเมกใหม่เป็นคอนเซปต์ของเราเอง โดยใช้ Claude Code สร้าง
เริ่มสร้างด้วย Claude Code
ตอนเริ่มผมบอกมันว่าผมจดไอเดียไว้แล้วส่วนหนึ่งจากตอนก่อนหน้า เลยส่งเป็นไฟล์ แล้วบอกว่า "ผมมีไอเดียทำเกมง่าย ๆ อีกเกม อยากพัฒนาต่อในแชทนี้ ลองอ่านข้อมูลก่อน มันเป็นการแปลงไอเดีย Flappy Bird ให้เป็นคอนเซปต์อื่น เช่นเอาเรื่องโรบอตก่อนหน้านี้มา adapt" พอบอกแบบนี้ Claude Code ก็เริ่มเสนอไอเดียว่าจะแปลง Flappy เป็นหุ่นยนต์แบบไหน เช่น Thruster Droid หรือแบบอื่น ผมก็เลือก Thruster Droid แล้วปล่อยให้มันวางแผนให้ก่อน วางแผนเสร็จค่อยเริ่มสร้าง
AI ช่วยตั้งชื่อ + สตอรี: C.O.R.E.
จุดที่ผมว่าน่าสนใจคือ ระหว่างทางมันมีเรื่องที่ถามให้ผมได้คิดด้วย — เรื่องชื่อ/คอนเซปต์ของเกม เพราะเกมแรกผมใช้คอนเซปต์เกี่ยวกับหุ่นยนต์ แต่ยังไม่ได้สรุปว่าจะเรียกหุ่นที่เราสร้างว่าอะไรดี มันมีหลายคำ — Robot, Mech, Droid, Bot, Autobot ผมเลยเอาไปปรึกษา Claude Code มันก็แนะนำว่าแต่ละคำมีความหมายยังไง คำไหนใช้ได้/ไม่ได้ อย่าง Autobot มันบอกเลยว่าห้ามใช้เพราะมาจากหนัง Transformers ผมเพิ่งรู้
พอมันแนะนำเสร็จ ผมไปสะดุดใจคำว่า Core ของเกมที่แล้ว มันบอกว่าเป็นคำที่น่าสนใจ ผมเพิ่งรู้ว่าเกมที่ทำไปมันเรียกหุ่นที่สร้างว่า Core เลยถามต่อว่า Core ที่เสนอตอนเกมก่อนหน้ามีที่มา/ความหมายไหม มันบอกว่าไม่ได้มีความหมายพิเศษ แค่บังเอิญเอามาใช้ ผมเลยรู้สึกว่าน่าสนใจดี — ในเมื่อมีคำนี้โผล่มาแล้ว กลับกัน เราหานิยามไปใส่ให้มันดีกว่า คือได้คำว่า Core มาแล้ว แต่ตัวย่อมีความหมายได้ไหม Claude Code ก็เสนอมาหลายอย่าง สุดท้ายผมเลือกอันที่รู้สึกว่าตรงสุด — Core ในที่นี้คือ Central Operating Reasoning Engine พอเลือกได้ก็เหมือนได้ทิศทางของเกม อันนี้อยากให้เห็นว่ามันช่วยคิดเรื่อง story ที่มาที่ไปของจักรวาลเกมได้ด้วย ไม่ใช่แค่เขียนเกม
ได้เกมเวอร์ชันแรก + เล่นโชว์
พอได้ทิศทางและ story เรียบร้อย ผมก็ให้มันเริ่มสร้าง มันก็ไปเขียนโค้ดตามคอนเซปต์ที่คุยไว้ จนได้เกมเวอร์ชันแรก (ที่กดให้ดูเป็นเวอร์ชันที่อัปเกรดไปแล้ว) มันคือ Flappy Bird ในเวอร์ชัน Flappy Core กดแล้วกระเด้งเหมือนเดิม ชนแล้วตาย ตอนแรกตายแล้วก็จบ บอกแค่ว่าได้กี่คะแนน ที่อยากให้นึกคือ ช็อตที่ผมสั่งให้สร้างเกมมันคือพร้อมต์เดียวเลยหลังคุยคอนเซปต์จบ มันสร้างมาก็เรียกว่าได้เกมเลย
ปรับเกม: ความยาก + Leaderboard
พอได้เกมผมเทสไป เลยให้ฟีดแบคเพิ่มว่าอยากให้มีเสียง และอยากให้ค่อย ๆ เพิ่มความยากขึ้นทุก 10 ท่อ เช่นบีบขนาดท่อให้เล็กลงทีละนิด เพราะผมจำได้ว่าตอนเล่น Flappy Bird ถ้าสมาธิดีเล่นยังไงก็ไม่ตาย ผมเลยอยากให้เกมนี้บังคับให้ตายในที่สุด แล้วก็นึกได้ว่าถ้าเป็นเกมแล้วต้องแข่งคะแนนกันถึงจะสนุก เลยต่อยอดเป็นระบบออนไลน์เก็บ Leaderboard บอก Claude Code ว่าอยากให้มี Leaderboard ที่ใส่ชื่อได้ถ้าติด 20 อันดับแรก ถือเป็นเวอร์ชัน 0.1 แล้วค่อยพัฒนาต่อ มันเสนอวิธีมา ผมก็คอนเฟิร์มให้ build v0.1 เลย มันก็จัดการให้แล้วส่งเกมมาให้เทส
เอาเกมขึ้นออนไลน์ (game.iampoom.com · Vercel + Cloudflare)
ตอนทำเสร็จเกมยังอยู่ในเครื่องแบบ local ผมเลยคิดต่อว่าถ้าอยากให้คนอื่นเข้ามาเล่นได้ต้องเอาขึ้นออนไลน์ยังไง พอดีผมมีโดเมนจดไว้อยู่แล้ว เลยเอาเว็บ iampoom มาทำเป็น subdomain game.iampoom.com แล้วให้ใช้ path /flappy-core เป็นทางเข้าเล่น ตัวเว็บออนไว้บน Vercel อยู่แล้ว และผมมีใช้ Cloudflare มาช่วย พอพูดถึง Leaderboard มันต้องมี backend เก็บคะแนนเหมือน database มันเลยเสนอว่าต้องใช้ Cloudflare ซึ่งผมมีพอดี เลยเอามาผสมรวมกัน มันไปจัดการอัปขึ้นเว็บให้ มีบางอย่างที่ส่งมาเป็นคำสั่งให้ผมไปรันใน Terminal เองนิดหน่อย รันเสร็จก็บอกมัน แล้ว Claude Code ดำเนินการต่อ ผลคือได้เกมออนไลน์ออกมาเลย มีระบบ scoring ด้วย — ผมเห็นว่ามีคนเข้ามาเล่นหลายคนที่ทำ score ติดอันดับ สรุปคือระบบ Leaderboard ก็ถูกสร้างโดย Claude Code เหมือนกัน ตั้งแต่เอาเกมขึ้น host ไปจนถึงพัฒนาต่าง ๆ
สรุป + บทเรียนที่ได้
พอออกมาเป็นภาพรวม จะเห็นว่าตอนนี้ถ้ามีไอเดียอยากทำเกม มันง่ายขึ้นเยอะ เพราะเรากลายเป็นคนกำกับ — ให้ direction ว่าอยากได้แบบไหน บรรยายออกมา vibe code ออกมา ส่วน AI ทำได้ตั้งแต่สร้างตามแผน เอาขึ้น web deploy ทำระบบออนไลน์ให้ และทั้งหมดเร็วมาก เอาเข้าจริงประมาณชั่วโมงเดียวก็เสร็จ ขอสรุปบทเรียน 4 ข้อ: (1) ถ้าเกมไม่ซับซ้อน AI ทำได้เร็วมาก เลยปล่อยไปเทสได้เลยแล้วค่อยให้ฟีดแบคปรับทันที ไม่ต้องรอให้สมบูรณ์ (2) AI ช่วยคิดคอนเซปต์ ชื่อ ตัวตน story และสร้างจักรวาลเกมให้อยู่ใน story เดียวกันได้ (3) หลายอย่าง reuse ได้ — มันเหมือนทำ asset ไว้ พอเกมสองก็เอา asset เดิมมา adapt ได้เร็ว เกมสองเลยใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง (4) เอาเกมขึ้นเว็บได้ ไม่ใช่แค่เขียนโค้ด ภาระเรื่อง deploy ที่เคยเป็นกำแพง มันช่วยจัดการให้จนได้เกมออนไลน์ออกมา
ปิดท้าย
ทั้งหมดนี้คือ EP นี้ — เอา AI มาทำเกม Flappy Core เลียนแบบ Flappy Bird ในอดีต ทำง่าย ๆ ถ้าใครชอบ หรืออยากให้เล่าเรื่องอะไรเพิ่ม คอมเมนต์บอกกันได้เลย เผื่อผมพอมีความรู้หรือเคยทำ จะได้มาอัดคลิปเล่าเป็น Podcast แบบนี้ให้ฟัง ขอบคุณครับ
Poom
about →ยิ่งอ่านเรื่องเกี่ยวกับ AI ก็ยิ่งอินเลยเอามาทดลองใช้ในงานและกับหลายๆเรื่อง ถ้าเห็นว่าอะไรน่าสนใจเลยอยากมาเขียนแชร์เก็บไว้ครับ


