01 / 14 · Cover
AI ทำให้พัฒนาความรู้เร็วขึ้น 10 เท่า
จริงไหม? — ผมเล่าให้ฟัง
02 / 14 · Agenda
ในตอนนี้จะเล่าอะไรบ้าง
Hook + จุดยืน — ทำไมอยากเล่าเรื่องนี้
ประสบการณ์ตัวเอง — พัฒนาความรู้เยอะกว่า 10 ปีรวมกัน
งานวิจัยที่เกี่ยวกับ AI — ทั้งฝั่งกังวลและฝั่งสนับสนุน
ทำไมรู้สึกพัฒนาเร็วขึ้น 10 เท่า — สาเหตุที่สังเกตเห็นด้วยตัวเอง
วิธีพัฒนาความรู้เรื่อง AI ของตัวเอง — practical how-to
03 / 14 · Hook
ทำไมผมอยากเล่าเรื่องนี้
ตั้งแต่ใช้ AI รู้สึกว่าพัฒนาตัวเองมาได้เยอะมาก เร็วขึ้นมาก — แต่ก็มีข่าวบทความหลายอันบอกว่ายิ่งใช้ AI แล้วจะโง่ลง เลยหาข้อมูลเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง
ออกตัวก่อน: อยู่ฝั่งที่รู้สึกว่าใช้ AI แล้วฉลาดขึ้น เพราะเอามาช่วยได้หลายอย่าง
Section 01
ประสบการณ์ตัวเอง
พัฒนาความรู้เยอะกว่า 10 ปีที่ผ่านมารวมกัน
05 / 14 · ประสบการณ์ตัวเอง
สิ่งที่ AI ช่วยให้ทำได้ในระดับ 10 เท่า
คนเดียวทำไม่ได้
เขียนโปรแกรม · ทำ Dashboard
ทำหลายอย่างที่ตัวเองคงไม่มีวันทำเองคนเดียวได้แน่ๆ
เวลาเป็นปี → หลักวัน
งานที่ปกติใช้เวลาเป็นปี
เสร็จแบบในหลักวัน
1 คน + AI
Skill set ของคนหลาย 10 ตำแหน่ง
มาทำได้ด้วยตัวคนเดียว + AI
2× ถึง 10×
ความเร็วงานเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
ไม่รู้ว่าทำอย่างไรในระดับกลไก แต่รู้ว่า AI ช่วยเราได้จริง
“
ไม่ได้รู้ว่าทำอย่างไร แต่รู้ว่า AI ช่วยเราได้ และเข้าใจว่ามันน่าจะมีทางทำได้ทุกเรื่อง
Section 02
งานวิจัยที่เกี่ยวกับ AI
07 / 14 · ฝั่งกังวล — การศึกษาที่ 1
MIT Media Lab (2025, preprint)
ทดสอบการเขียนเรียงความของอาสาสมัคร 54 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม — ใช้ ChatGPT ช่วยเขียน, ใช้ search engine ค้นเอง, และเขียนด้วยตัวเองล้วนๆ — ทำต่อเนื่องหลาย session ผลที่ตรวจสอบแล้วยืนยันได้: กลุ่มที่ใช้ ChatGPT รายงานความรู้สึกเป็นเจ้าของงานเขียนต่ำที่สุดในทั้ง 3 กลุ่ม และเมื่อให้ย้อนกลับมาอ้างอิงเนื้อหาที่ตัวเองเพิ่งเขียนไปไม่กี่นาทีก่อน มีถึง 83% ที่ทำไม่ได้ เทียบกับกลุ่มอื่นที่ทำไม่ได้เพียง ~11%
ข้อควรระวัง: claim ที่ดังที่สุดของสตัดี้นี้ (เรื่องคลื่นสมอง EEG ที่บอกว่าสมองทำงานน้อยลงเป็นลำดับขั้น) ไม่ผ่านการตรวจสอบ adversarial verification — กลุ่มตัวอย่างเล็ก (54 คน เหลือ 18 คนในรอบสุดท้าย) และมีบทความวิชาการโต้แย้ง methodology ภายหลัง ยังเป็น preprint ไม่ใช่ผลสรุปที่แน่ชัด
แหล่งอ้างอิง: media.mit.edu/your-brain-on-chatgpt · arxiv.org/abs/2506.08872
รายละเอียดเต็ม: content-planning-reader.html § ฝั่ง A — ระวัง MIT EEG claim ไม่ผ่าน verify อย่าพูดเป็นข้อสรุป
08 / 14 · ฝั่งกังวล — การศึกษาที่ 2
Microsoft + CMU (CHI 2025, peer-reviewed)
งานวิจัยนี้ต่างจาก MIT ตรงที่ผ่าน peer review แล้ว — ตีพิมพ์ในงาน CHI 2025 ซึ่งเป็นงานประชุมวิชาการ human-computer interaction ระดับ top ทีมวิจัยสำรวจ knowledge worker จริง 319 คน และวิเคราะห์ตัวอย่างการใช้ Generative AI ในการทำงานจริง 936 ครั้ง พบว่ายิ่งคนเชื่อใจ/มั่นใจในความสามารถของ AI มากเท่าไหร่ ยิ่งใช้ critical thinking น้อยลงเท่านั้น — แต่คนที่มั่นใจในความเชี่ยวชาญของตัวเองสูง กลับใช้ critical thinking มากขึ้นเมื่อทำงานร่วมกับ AI
ข้อมูลนี้เป็น correlational (ความสัมพันธ์) ไม่ใช่การพิสูจน์เชิงเหตุ-ผลโดยตรง แต่เป็นหลักฐานที่แข็งแรงที่สุดของฝั่งนี้ในชุดนี้ — sample ใหญ่ มาจากงานจริง ผ่าน peer review แล้ว
แหล่งอ้างอิง: dl.acm.org/10.1145/3706598.3713778 · microsoft.com/research (CHI 2025)
09 / 14 · ฝั่งสนับสนุน — การศึกษาที่ 1
World Bank / Stanford (2025, RCT)
เป็น randomized controlled trial (RCT) ซึ่งเป็นรูปแบบวิจัยที่แข็งแรงที่สุดในการพิสูจน์เหตุ-ผล ทีมวิจัยจาก World Bank และ Stanford ให้นักเรียนมัธยมต้นปีแรก ~800 คน จาก 9 โรงเรียนในเมือง Benin City ประเทศไนจีเรีย ใช้ AI tutoring ด้วย GPT-4 (ผ่าน Microsoft Copilot) เป็นติวเตอร์หลังเลิกเรียน ต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ โดยมีครูดูแลระหว่าง session ผลคือกลุ่มที่ได้ใช้ AI tutoring มี learning gain รวม 0.31 SD (0.23 SD เฉพาะภาษาอังกฤษ) เทียบเท่าการเรียนปกติ 1.5-2 ปีการศึกษา ดีกว่า 80% ของ RCT การศึกษาที่เคยทำในประเทศกำลังพัฒนา ใช้งบเพียง ~$48 ต่อนักเรียน 1 คน
ข้อจำกัด: ทดลองระยะสั้นแค่ 6 สัปดาห์ บริบทเดียว (รัฐเดียวในไนจีเรีย) และเป็น session ที่มีครูควบคุมดูแล ไม่ใช่ปล่อยให้นักเรียนใช้ AI อย่างอิสระ
แหล่งอ้างอิง: documents.worldbank.org/.../099548105192529324
10 / 14 · ฝั่งสนับสนุน — การศึกษาที่ 2
Noy & Zhang, MIT (2023, Science)
เป็น RCT ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science ทีมวิจัยจาก MIT ให้คนทำงานที่จบปริญญา 453 คน ทำงานเขียนระดับมืออาชีพเฉพาะสายอาชีพจริง (เช่น press release, รายงานสั้น, อีเมลเชิงธุรกิจ) แล้วสุ่มให้ครึ่งหนึ่งได้ใช้ ChatGPT ช่วย ผลคือกลุ่มที่ใช้ ChatGPT ทำงานเสร็จเร็วขึ้น 40% และคุณภาพงาน (ให้ผู้ประเมินอิสระให้คะแนน) สูงขึ้น 18% — และที่สอดคล้องกับงาน World Bank คือ คนที่ทักษะเดิมต่ำกว่าได้ประโยชน์มากกว่า ทำให้ช่องว่างฝีมือระหว่างคนแคบลง (skill-leveling)
ข้อจำกัด: เป็นงานเขียนในสภาพแวดล้อมทดลอง (งานสั้น มีเวลาจำกัด) ไม่ใช่ผลงานในงานจริงระยะยาว แต่จุดแข็งคือเป็น RCT ที่ผ่าน peer review ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ระดับ Science
แหล่งอ้างอิง: science.org/10.1126/science.adh2586 · pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/37440646
งานนี้ show productivity ที่ดีขึ้นจริง + skill-leveling ตรงกับ World Bank · ตัวเลข verify แล้วจาก Science + PubMed
11 / 14 · ฝั่งสนับสนุน — การศึกษาที่ 3
Otis et al. (2024, Harvard/Berkeley)
งานภาคสนามกับผู้ประกอบการรายย่อยในเคนยา 640 คน สุ่มให้ครึ่งหนึ่งได้ใช้ที่ปรึกษาธุรกิจ AI (GPT-4) ผ่าน WhatsApp — จุดต่างจากงานอื่นคือ AI ไม่ได้ช่วยทุกคนเท่ากัน คนที่ทำธุรกิจเก่งอยู่แล้ว (high performers) ผลงานดีขึ้นราว 15% แต่คนที่ยังทำได้ไม่ดี (low performers) กลับแย่ลงเกือบ 10% ช่องว่างระหว่างสองกลุ่มถ่างออกราว 0.25 SD
กลไกที่น่าสนใจ: ทั้งสองกลุ่มถาม AI และได้คำแนะนำใกล้เคียงกัน — ความต่างอยู่ที่คนเก่งมี "วิจารณญาณเลือกหยิบคำแนะนำที่ใช่มาทำ" ส่วนคนอ่อนหยิบผิด · ต่างจาก World Bank / Noy & Zhang ที่ AI ช่วยคนอ่อนมากกว่า (skill-leveling) — Otis ชี้ว่าในงานที่ต้อง "ตัดสินใจเองว่าจะเชื่อ AI แค่ไหน" AI จะขยายพลังคนที่เก่งอยู่แล้ว เหมือน multiplier · (ยังเป็น working paper)
แหล่งอ้างอิง: hbs.edu (working paper 24-042) · ssrn.com/abstract=4671369
Counter-case ของ skill-leveling — AI = multiplier กับคนเก่ง เพราะมีวิจารณญาณคัดกรองคำแนะนำ · โยงเข้าธีม active/verify use · ⚠️ อย่าสับสนกับงาน MIT materials science ที่ถูกถอน (fraud)
11 / 14 · เหตุผล
ทำไมผมถึงรู้สึกว่าตัวเองพัฒนาได้เร็วขึ้นเป็น 10 เท่า
ไม่ต้อง skim อ่านเอง แต่อ่านจากสิ่งที่ AI ค้นหาและสรุปมาได้ และ cross-check ความถูกต้องได้ตรงจุดมากขึ้น
เอาสิ่งที่อ่านมาตกผลึกกับ AI ที่รู้จักตัวเรา บอกได้ว่าเข้ากับเรามั้ย
ได้คำตอบด่วนทันที แล้วเอาเวลาไปโฟกัสทำความเข้าใจแบบไม่กดดัน
ลองผิดลองถูกเร็วมาก — เช่น ความสวยของ dashboard หรือให้ AI ออกแบบ+ทดสอบเรื่อง technical ให้เลย
Multi-task มีประสิทธิภาพขึ้นเยอะ จากการมีเป้าหมาย/direction ชัดเจน
ความคิด flow ต่อเนื่อง อารมณ์ไม่ติดขัด
รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นไปได้ ถ้าค่อยๆ โฟกัสไปเรื่อยๆ
12 / 14 · Practical how-to
วิธีพัฒนาความรู้เรื่อง AI ของตัวเอง
เจออะไรตรงสนใจก็เก็บไว้อ่าน — ข่าว AI ไวมาก
หา official source ตรงๆ หรือตามคนที่อธิบายเข้าใจง่าย
คุยกับ AI ของตัวเอง ที่รู้จักบริบทเรา
หลายอย่างต้องลงมือทดสอบเองจริงๆ ถึงจะเข้าใจ
เรียนแบบมีโจทย์ — อยากแก้ปัญหาอะไรให้ตัวเอง
ค่า AI subscription ถูกมากเทียบกับ value — ไม่ต้องเสียดายเงิน
13 / 14 · Close
ขอบคุณที่ฟังจนจบครับ
ถ้าใครชอบ หรืออยากถามอะไร มาชวนคุยได้นะครับ